ท่อนฮุคของเพลง ยิ่งสูงยิ่งหนาว โดย : เรวัติ พุทธินันท์
หน้าหนาวทีไร บทเพลงแห่งลมหนาวที่ผมมักนึกถึงเป็นอันดับต้นๆก็คือ เพลง"ยิ่งสูงยิ่งหนาว"ของน้าเต๋อ เรวัติพุทธินันท์ นักร้องหนวดงามผู้ลาลับ
เพลงนี้ไม่เพียงมีเนื้อร้องและท่วงทำนองที่ไพเราะเพราะพริ้งเท่านั้น เนื้อหาของเพลงยังแฝงเร้นไว้ด้วยปรัชญาชีวิตและสัจธรรมแห่งธรรมชาติอีกด้วย
มนุษย์ หากอยู่ในวังวนแห่ง ลาภ ยศ สรรเสริญที่สูงเกินไป ไยมิใช่เหน็บหนาว เปล่าเปลี่ยวอ้างว้าง
...เป็นเหน็บหนาวจากภายในที่หากห่มใจด้วยคุณธรรมและจิตที่ใสสะอาดก็สามารถบรรเทาป้องกันได้
มนุษย์ หากอยู่บนพื้นที่ที่สูงตระหง่าน ไยมิใช่เหน็บหนาว อากาศเบาบาง
...เป็นความเหน็บหนาวจากภายนอกที่หากห่มกายด้วยเครื่องกันหนาวก็สามารถบรรเทาป้องกันได้
สำหรับผม ชั่วชีวิตนี้ยังไม่เคยและไม่คิดที่จะสัมผัสกับความเหน็บหนาวภายในจาก ลาภ ยศ สรรเสริญ ส่วนความเหน็บหนาวภายนอกจากการขึ้นไปอยู่บนพื้นที่สูงนั้น เคยสัมผัสมาแล้วมากมายหลายครั้ง โดยเฉพาะตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ซึ่งถึงแม้จะยิ่งสูงยิ่งหนาวแต่ก็ไม่เคยเบื่อเลย
เฉกเช่นกับที่"ดอยอินทนนท์"ในอุทยานแห่งชาติอินทนนท์ แห่งเวียงเชียงใหม่ที่แม้หนาวนี้จะได้รับอิทธิพลของอากาศที่เปลี่ยนแปลง แต่ด้วยความเป็นเทือกเขาสูงและดอยสูงสุดแห่งสยาม ทำให้ความหนาวยังคงแผ่อุณหภูมิเฉียดๆ 10 องศาเซลเซียสมาสัมผัสกับร่างกายจนต้องคว้าเสื้อกันหนาวตัวเก่ามาใส่ นับเป็นการใส่เสื้อกันหนาวครั้งแรกในรอบปีที่ผมต้องขอคารวะแด่ดอยอินทนนท์ เป็นอย่างยิ่ง
นอกจากความหนาวเย็นที่แผ่ไปทั่วแล้ว เสน่ห์บนดอยอินทนนท์ยังคงมีมากหลายและน่ายลไม่ต่างจากวันวาร ไม่ว่าจะเป็น พระมหาธาตุนภเมทนีดลและพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ 2 พระมหาธาตุศักดิ์สิทธิ์คู่ดอยที่ดูขรึมขลังสวยงามไม่สร่างซา ป้าย"สูงสุดแดนสยาม"ณ ระดับความสูง 2,565.3341 เมตร จุดถ่ายรูปคู่กับป้ายยอดฮิตที่ไม่เคยร้างลานักท่องเที่ยว
ส่วนใครที่อยากดูป่าดึกดำบรรพ์และต้นไม้ใส่เสื้อแบบจะจะ ต้องไปเดินเที่ยวใน"เส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกาหลวง"ที่ อยู่ด้านล่างตรงข้ามกับศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ที่จะได้ชมป่าดึกดำบรรพ์ที่ให้อารมณ์แบบป่าๆแตกต่างจากทั่วไป รวมถึงจะได้ชมต้นไม้ใส่เสื้อกันหนาวที่มีอยู่หลากหลาย บางต้นใส่เสื้อมอส บางต้นใส่เสื้อเฟิน บางต้นใส่ทั้งเสื้อมอสและเฟิน แถมโคนต้นยังห่มคลุมด้วยข้าวตอกฤาษีอีกต่างหาก
การเดินป่าในดอยอ่างกาหลวงทำให้ผมรับรู้ว่าต้นไม้ก็มีความรู้สึก รู้ร้อน รู้หนาว คล้ายๆกับคนเช่นกัน
เมื่อต้นไม้มีความรู้สึก...แล้วนักการเมือง ข้าราชการ นายทุน ที่ลักลอบตัดไม้ทำลายป่าอย่างมโหฬารบานตะเกียง พวกเขาจะมีความรู้สึกบ้างหรือเปล่าหนอ???
ยอดดอยอิทนนท์ นอกจากจะมีเสน่ห์พื้นฐานตามที่เล่าขานมาแล้ว ที่เชิงดอยแห่งนี้ยังมี น้ำตกอันยิ่งใหญ่สวยงามมากไปด้วยสายน้ำที่โจนทะยานอย่าง น้ำตกแม่กลาง น้ำตกแม่ยะ น้ำตกวชิรธาร ให้เลือกเที่ยวชม สำหรับผมการขึ้นไปดอยอินทนนท์หนล่าสุดนี้ ไม่ได้แวะเที่ยวน้ำตกต่างๆเพราะเพิ่งไปมาเมื่อคราวที่ไปอมก๋อยก่อนหน้านี้ ไม่นาน แต่ครั้งนี้ตอนลงดอยผมเลือกไปแวะเที่ยวที่"สถานีวิจัยโครงการหลวงอินทนนท์"ในละแวกนั้น
สถานีวิจัยโครงการหลวงอินทนนท์ ถือกำเนิดขึ้นในปี พ.ศ. 2522 จากพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ต้องการจะช่วยเหลือชาวไทย ภูเขาในพื้นที่ดอยอินทนนท์ให้มีที่อยู่และที่ทำกินเป็นหลักแหล่ง เลิกตัดไม้ทำลายป่า เลิกปลูกฝิ่น หันมาปลูกพืชอย่างอื่นทดแทน รวมถึงเป็นสถานีวิจัยไม้ดอกเมืองหนาว พืช ผัก ผลไม้ การเลี้ยงสัตว์ การประมงที่สูง มีปลาเรนโบว์ เทราต์ หรือปลาเทราต์เป็นดาวเด่น เพราะเป็นปลาเมืองหนาวที่มีรสชาติเป็นเลิศ ราคาสูง แต่ทางทางสถานีประมงที่สูงในสถานีฯอินทนนท์กลับสามารถเพาะเลี้ยงขายได้เป็น แห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย ซึ่งนับเป็นเรื่องที่น่าทึ่งเป็นอย่างยิ่ง
นอกจากนี้ในสถานีฯอินทนนท์ยังมีภูมิประเทศที่สวยงามสร้างลัดเลาะไป ตามเนินเขา มีการจัดตกแต่งพื้นที่อย่างสวยงาม เมื่อขึ้นไปยังมุมสูงแล้วมองลงมาจะเห็นโรงเรือนแบบขั้นไปบันไดสร้างลดหลั่น กันไปตามไหล่เขาเป็นจำนวนมาก
ใครที่ชอบนั่งทอดหุ่ยเสพบรรยากาศ หน้าสถานีมีสระน้ำขนาดย่อมรายล้อมไปด้วยไม้ใบไม้ดอกสีสันสดใส ส่วนในสระก็มีหงส์ดำคู่ 2 ตัวจากการอภินันทนาการบริจาคของพี่เบิร์ด ธงไชย แม็คอินไตย แหวกว่ายอยู่ไปมา ด้านหนึ่งเป็นมุมอาหารกิ๊บเก๋ เหมาะสำหรับนั่งจิบกาแฟสดๆจากโครงการ หรือสั่งเมนูพิเศษอย่างปลาเทราต์สดๆใหม่มาลิ้มลอง
ใครที่ไม่ชอบนั่งแกร่วในสถานีก็มีสิ่งสวยๆงามให้เดินยืดเส้นยืดสาย ถ้าไกลหน่อยก็เห็นจะเป็นเส้นทางเดินเท้าจากสถานีฯไปยังน้ำตกสิริภูมิ ที่มีระยะทางประมาณ 680 เมตร ส่วนหากมีเวลาน้อยหรืออยากเดินเที่ยวใกล้ๆ ในสถานีฯ มีโรงเรือนพืชพันธ์ต่างๆเดินเที่ยวชม ที่เด่นๆก็มีเรือนพืชทะเลทราย เรือนกุหลาบ เรือนไม้กระถาง
ส่วนโรงเฟิน ก็นับว่าน่าสนใจไม่น้อย เพราะเป็นแหล่งรวบรวมเฟินแปลกหายากหลากหลายพันธุ์ในบรรยากาศร่มรื่นให้เลือก ชม อาทิ เฟินสามสี เฟินทอง เฟินใบดาวก้านดำ หรือเฟินชนิดใหม่ของโลกที่ทางสถานีผสมพันธุ์ได้อย่าง เฟินรัศมีโชติ นอกจากนี้ยังมีเฟินที่มาแรงอย่างเฟินภูฏานที่เจ้าชายจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก กษัตริย์พระองค์ใหม่แห่งภูฏานทรงปลูกไว้เมื่อครั้งเสด็จมายังสถานีฯอินทนนท์ ในปี พ.ศ. 2546
หลังเพลิดเพลินกับการเดินชมวิวและโรงเรือนต่างๆในสถานีอินทนนท์จนทั่ว งานเลี้ยงย่อมมีวันต้องเลิกลา
ในระหว่างที่ผมเดินตัวปลิวโต้ลมหนาวไปขึ้นรถเพื่อเดินทางกลับ คณะทัวร์ ส.ว.(สูงวัย)กลุ่มเล็กๆได้เดินสวนขึ้นไป พร้อมๆกับเสียงของคุณลุงบางคนในกลุ่มดังขึ้น
"นี่ถ้าในหลวงไม่มาทรงสร้างโครงการไว้ ไม่รู้ว่าพื้นที่แถบนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง เพราะสมัยก่อนได้ข่าวว่าแถวนี้ปลูกฝิ่นและทำไร่เลื่อนลอยไม่น้อย แต่ดูวันนี้สิพอโครงการหลวงเข้ามาชาวบ้านมีอาชีพ มีที่อยู่ มีรายได้ แถมพื้นที่ในโครงการยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามอีกต่างหาก"
ผมได้ยินคำพูดนี้แล้วต้องอดเหลียวหลังตามหาต้นเสียงที่เดินสวนกันไป ไม่ได้ แต่ก็เพียงได้เห็นแค่หลังไวๆของทัวร์ ส.ว. กลุ่มนั้นโดยไม่รู้ว่าคุณลุงคนไหนเป็นคนพูด แต่นั้นไม่ใช่สิ่งสำคัญแต่อย่างใดเพราะสิ่งสำคัญนั้นคุณลุงได้พูดออกมาหมด แล้ว
ระหว่างทางที่ผมเดินทางกลับออกมาจากสถานีฯอินทนนท์ แม้อากาศภายนอกจะผสมกับสายลมพัดพลิ้วจนหนาวเหน็บ แต่คำพูดของคุณลุงคนนั้นได้สร้างความอบอุ่นใจให้กับผมไม่น้อย และยิ่งเมื่อคิดไปถึงพระราชกรณียกิจต่างๆของพ่อหลวง พระมหากษัตริย์ที่ทรงงานหนักที่สุดในโลกซึ่งได้เสด็จพระราชดำเนินไปทั่วทุก หัวระแหงในผืนแผ่นดินไทยเพื่อช่วยเหลือพสกนิกรชาวไทยด้วยแล้ว ผมก็ยิ่งเกิดความรู้สึกอบอุ่นมากขึ้น
...เป็นความอบอุ่นใจจากภายในที่ได้เกิดมาเป็นคนไทยภายใต้พระบารมีแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
โดย : ปิ่น บุตรี
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น