วันอาทิตย์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2553

แดนนี้มีมนต์ “อินทนนท์”ดอยสูงเสียดฟ้า

พระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ(ซ้าย)และพระมหาธาตุนภเมทนีดล(ขวา)
ชื่อของ“ดอยอินทนนท์”คุ้นหูของ“ผู้จัดการท่อง เที่ยว”มาตั้งแต่สมัยวัยเยาว์ เพราะในวิชาภูมิศาสตร์ คุณครูสอนให้ท่องจำอย่างขึ้นใจว่า ดอยอินทนนท์ คือ ดินแดนสูงสุดของประเทศไทย ส่วนที่ระดับความสูงเท่าไหร่นั้นเราไม่ได้ใส่ใจจำ รู้แต่ว่าเมื่อโตขึ้นจะต้องไปเที่ยวดอยอินทนนท์ให้ได้

ครั้นคืนเปลี่ยน วันผ่าน เมื่อเราเติบใหญ่ขึ้นจนเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ดอยอินทนนท์เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของวัยแสวงหา ยุคนั้น พ.ศ.นั้น การขึ้นไปนอนสัมผัสกับความหนาวบนดอยอินทนนท์ ร่ำสุรานับดาว พร่ำรำพันถึงสาวคนรักให้ควันแห่งไอหนาวออกปาก พร้อมกับถ่ายรูปวิวสวยๆ (ด้วยกล้องฟิล์ม) มาอวดเพื่อนๆ นับเป็นเรื่องที่เท่ไม่เบา

คืนยังคงเปลี่ยน วันยังคงผ่าน จากวัยแสวงหาก้าวออกจากรั้วมหา’ลัยเข้าสู่วัยทำงาน เพื่อนๆหลายคนที่ขึ้นดอยอินทนนท์ด้วยกัน ส่วนใหญ่จะเก็บดอยอินทนนท์ไว้ในภาพถ่ายและความทรงจำ ที่บางคนแจ่มชัด ส่วนบางคนพร่าเลือน เพราะหน้าที่การงานไม่เอื้ออำนวย

ต้นไม้ใส่เสื้อผ้า
สำหรับ “ผู้จัดการท่องเที่ยว” มาจนถึงวันนี้ ภาพของดอยอินทนนท์ยังคงเด่นชัด โดยเฉพาะวันที่ขึ้นไปบนบนดอยอินทนนท์ครั้งแรกช่วงที่เป็นนักศึกษานั้นเราจำ ได้แม่นทีเดียว

ครั้นเมื่อสภาพอากาศในช่วงหนาวนี้เป็นใจ ลมหนาวพัดหวนมาอีกครั้งพร้อมๆกับอากาศที่หนาวยะเยือก เราจึงหาวันเวลาที่ลงตัวเดินทางขึ้นเหนือไปหาหนาวบน“ดอยอินทนนท์”อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ดินแดนที่สูงที่สุดในเมืองไทย

เที่ยวยอดดอย

เมื่อรถเข้าเขตอุทยานดอยอินทนนท์ไต่ระดับความสูงสู่ยอดดอยอินทนนท์ อากาศหนาวเย็นขึ้นอย่างสัมผัสได้ชัด เพราะยอดดอยอินทนนท์อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลกว่า 2,500 เมตร จึงมีอากาศหนาวเย็นตลอดปีแถมยังมีเมฆหมอกลอยไต่ระเรี่ยปกคลุมอยู่ทั่วไป ซึ่งก็ทำให้ผืนป่าบนยอดดอยอินทนนท์มากไปด้วยความชื้น จนต้นไม้ใหญ่น้อยมีมอสและเฟินขึ้นปกคลุมเต็มไปหมดเกิดเป็นป่าลักษณะพิเศษที่ ดูคล้ายป่าดึกดำบรรพ์ไม่น้อย

เดิมนั้นดอยอินทนนท์มีชื่อว่า “ดอยหลวง”ที่หมายถึงภูเขาที่มีขนาดใหญ่ กับอีกชื่อหนึ่งคือ“ดอยอ่างกา” ซึ่งมีเรื่องเล่าว่า แต่ก่อนนี้ฝูงกาชอบลงไปเล่นน้ำในหนองน้ำรูปร่างเหมือนอ่างที่อยู่ห่างจากดอย อินทนนท์ไปทางทิศตะวันตกประมาณ 300 เมตร

ทางเดินในเส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกา
ในอดีตป่าไม้ทางภาคเหนือจะอยู่ในการดูแลของเจ้าผู้ครองนคร กระทั่งในสมัยพระเจ้าอินทรวิชยานนท์ ผู้ครองนครเชียงใหม่ พระองค์เป็นผู้ที่เห็นความสำคัญของป่าไม้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะดอยหลวงพระองค์มีความรักเป็นพิเศษ ถึงขนาดสั่งว่า หากสิ้นพระชนม์ไปก็ขอให้เอาอัฐิส่วนหนึ่งไปบรรจุไว้บนยอดดอยหลวง เมื่อพระองค์สิ้นพระชนม์ไปจึงมีการนำอัฐิส่วนหนึ่งไปบรรจุไว้บนยอดดอย ส่วนหรือดอยหลวงก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็นดอยอินทนนท์ในเวลาต่อมา

ปัจจุบันดอยอินทนนท์ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในจังหวัด เชียงใหม่ โดยเฉพาะช่วงหน้าหนาวนักท่องเที่ยวจะขึ้นดอยอินทนนท์กันเยอะเป็นพิเศษ แน่นอนว่าจุดที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมขึ้นไปถ่ายรูปคู่บนยอดดอยก็คือ ป้าย“สูงสุดแดนสยาม”ที่ระดับความสูง 2,565.3341 เมตร ซึ่งถือเป็นหนึ่งในป้ายยอดฮิตของเมืองไทยที่คนนิยมไปถ่ายรูปคู่ด้วย โดยเฉพาะในวันหยุดพิเศษหรือวันหยุดยาวที่ป้ายสูงสุดแดนสยามจะมีนักท่อง เที่ยวไปยืนรอถ่ายรูปกันเป็นจำนวนมาก

สำหรับผู้ที่ดั้นด้นขึ้นไปบนยอดดอยที่สูงสุดในประเทศไทยแล้ว หากไปแค่ถ่ายรูปคู่กับป้ายอย่างเดียวถือเป็นเรื่องที่น่าเสียดายเป็นอย่าง ยิ่ง เพราะยอดดอยอินทนน์นั้นมากไปด้วยสิ่งน่าสนใจมากมาย โดยถัดจากป้ายสูงสุดแดนสยาม เมื่อเดินขึ้นไปนิดส์นึง จะเป็นที่ตั้งของสถูปของเจ้าอินทวิชานนท์สีขาวเด่น มีหมุดวัดระดับสูงสุดในสยามปักอยู่ที่ด้านหลัง รวมไปถึงเส้นสะพานไม้สายสั้นๆที่พาเดินออกจากป่ามาสู่ถนนที่หากมองไปรอบๆ สะพานไม้ จะพบว่าต้นไม้ใหญ่บริเวณนี้ต่างจากต้นไม้ทั่วไป เพราะตามลำต้น กิ่งก้าน จะมีมอสเฟินขึ้นปกคลุมมากบ้างน้อยบ้างตามความชื้นของต้นไม้แต่ละต้น

หลายๆคนเรียกต้นไม้ลักษณะนี้ว่าต้นไม้สวมเสื้อผ้าและป่าแบบนี้ว่าป่า ดึกดำบรรพ์ ซึ่งใครที่อยากชมต้นไม้สวมเสื้อผ้าและป่าดึกดำบรรพ์แบบจะจะเต็มพิกัด ทางอุทยานฯได้ทำ“เส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกา”เอาไว้ให้สำหรับนักท่องเที่ยวผู้รักการเดินป่า

นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปคู่กับป้ายสูงสุดแดนสยามกันไม่ได้ขาด
เส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกา อยู่ตรงข้ามกับศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เป็นเส้นทางเดินสบายๆไปตามสะพานไม้ที่สร้างทอดตัวเข้าไปในผืนป่าระยะทาง ประมาณ 300 เมตร เมื่อเดินเข้าไปในนั้นจะให้อารมณ์ของป่าดึกดำบรรพ์ที่แตกต่างจากป่าทั่วๆไป เพราะเต็มไปด้วยต้นไม้ใส่เสื้อผ้ามากมาย บางต้นใส่เสื้อมอส(ไม่ใช่เสื้อนักร้อง) บางต้นใส่เสื้อเฟิน(ไม่ใช่เสื้อดารา) ส่วนบางต้นก็ใส่ทั้งเสื้อมอสและเสื้อเฟิน ในขณะที่ต้นไม้ใหญ่บางต้นน่าจะเรียกว่าต้นไม้สวมเสื้อกันหนาวจะเหมาะสมกว่า เพราะเต็มไปด้วยมอสและเฟินขึ้นปกคลุมหนาแน่นทึบ แถมโคนต้นยังห่มคลุมด้วยข้าวตอกฤาษีจำนวนมากอีกต่างหาก

แต่ว่าในหน้าหนาวแบบนี้ สีเสื้อผ้าต้นไม้จะไม่ใช่สีเขียวชอุ่มชุ่มชื้นอย่างแฟชั่นเสื้อผ้าต้นไม้ยาม หน้าฝน หากแต่เป็นสีเขียวผสมเหลืองหรือน้ำตาลที่ถือเป็นแฟชั่นเสื้อผ้ายามหน้าหนาว ที่อยู่คู่กับป่าดึกดำบรรพ์บนดอยอินทนนท์มาช้านาน

นอกจากป่าดึกดำบรรพ์และต้นไม้ใส่เสื้อผ้าแล้ว ภายในเส้นทางฯอ่างกายังมีพรรณไม้หายาก นกเฉพาะถิ่นที่อาศัยบนที่สูง และพรุน้ำจืดสูงที่สุดในประเทศไทยให้เที่ยวชมอีกด้วย

หลังเพลิดเพลินกับการเดินชมป่าดึกดำบรรพ์จนหนำใจ “ผู้จัดการท่องเที่ยว”ออกเดินทางต่อไปยัง 2 พระมหาธาตุศักดิ์สิทธิ์คู่ดอยอินทนนท์ ที่ประกอบด้วย พระมหาธาตุนภเมทนีดล และพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ

สำหรับพระมหาธาตุนภเมทนีดล กองทัพอากาศสร้างขึ้นถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบเมื่อปี พ.ศ. 2530 ส่วนพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ กองทัพอากาศสร้างถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบเมื่อปีพ.ศ. 2535

พระมหาธาตุทั้ง 2 องค์นี้มีรูปทรงคล้ายคลึงกัน แต่พระธาตุนภเมทนีดลเป็นเจดีย์ทรงระฆังคว่ำ 8 เหลี่ยม หมายถึงมรรคผล 8 มีความสูง 60 เมตร ส่วนพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริเป็นเจดีย์ทรงระฆังคว่ำ 12 เหลี่ยม แทนความหมายอัจฉรยะธรรม 12 ประการ พระธาตุทั้ง 2 มีระเบียงแก้วโดยรอบเป็น 2 ระดับ เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและพระพุทธรูปในท่าประทับยืน ส่วนบริเวณรอบๆองค์พระมหาธาตุเป็นสวนที่มีการประดับตกแต่งอย่างน่ายล โดยมีจุดชมวิวอยู่ที่ด้านริมผาด้านหนึ่งซึ่งเมื่อมองลงไปจะเห็นทิวทัศน์ของ ทะเลขุนเขาทอดยาวออกไปสุดสายตา ดูประหนึ่งว่าเรายืนอยู่บนฟากฟ้ายังไงยั้งงั้น

ส่วนผู้ที่ชื่นชอบชมนกชมไม้ บนยอดดอยอินทนนท์มีนกเฉพาะถิ่นและนกหายากให้ชมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นนกกระจิ๊ดคอสีเทา นกปลีกล้วยลาย นกติ๊ดแก้มเหลือง นกกินปลีหางยาวเขียว ในขณะพรรณไม้บนยอดดอยอินทนน์ก็มีเต็มไปด้วยพรรณไม้หายากมากมาย ส่วนที่ถือเป็นดาวเด่นในช่วงหน้าหนาวนี้ หน้าหนาวหน้า หรือหน้าหนาวไหนๆก็คือต้นซากุระเมืองไทยหรือยางพญาเสือโคร่งที่ออกดอกสีชมพู บานรับลมหนาวและดอกกุหลาบพันปีทั้งสีขาวและสีแดงที่จะพากันผลิดอกบานในช่วง เดือน ธ.ค.-ม.ค. ของทุกปี

เที่ยวเชิงดอย

เสน่ห์ของดอยอินทนนท์ไม่ได้มีเฉพาะยอดดอย แต่ที่เชิงดอยก็มีเสน่ห์และสีสันของน้ำตกใหญ่ 3 แห่ง ให้นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบและหลงใหลในสายน้ำไปสัมผัสกัน

น้ำตกแรกคือ น้ำตกวชิรธาร ที่มีน้ำไหลตลอดทั้งปี สูงประมาณ 100 เมตร มีสายน้ำไหลโจนทะยานขาวฟูฟ่องลงมาจากหน้าผาสู่แอ่งน้ำเบื้องล่างพร้อมๆกับ ปล่อยละอองไอน้ำฟุ้งกระจาย ในยามที่แสงอาทิตย์สาดส่องจะเกิดเป็นสายรุ้งโค้งงามบนละอองไอน้ำ วันไหนแดดดีจะมีรุ้งบนไอน้ำปรากฏถึง 2 ตัวทีเดียว

จากน้ำตกวชิรธารนั่งรถลงมาก่อนถึงด่านตรวจก็จะเจอทางแยกสู่น้ำตกแม่กลาง น้ำตกขนาดใหญ่มีน้ำไหลตลอดปี มีแอ่งน้ำขนาดใหญ่ให้เล่นน้ำหลายแห่ง โดยบริเวณรอบๆก็ร่มรื่นน่าพักผ่อน ถือเป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งในเชียงใหม่

ส่วนน้ำตกใหญ่แห่งสุดท้ายคือน้ำตกแม่ยะ ที่สายน้ำจะไหลลดหลั่นลงมาจากลำห้วยแม่ยะเป็นสายสีขาวจำนวนมาก มีถึง 30 ชั้นทีเดียว หากนับรวมความสูงก็ประมาณ 280 เมตร นับเป็นน้ำตกที่ทั้งสูงใหญ่และสวยงามในอันดับต้นๆของเชียงใหม่

ในหน้าหนาวนี้อย่างหลายๆคนที่แหยงน้ำตกหรือเจอน้ำตกแล้วสะดุ้งโหยงใน ความหนาวเย็นของสายน้ำ ก็สามารถเลือกไปเที่ยวถ้ำบริจินดา ถ้ำขนาดใหญ่ที่ภายในงดงามไปด้วยหินงอกหินย้อยได้ หรือจะเลือกไปเที่ยวชม"สถานีวิจัยโครงการหลวงอินทนนท์"ที่อยู่ในเส้นทางลงจากยอดดอยอินทนนท์

"สถานีวิจัยโครงการหลวงอินทนนท์" เป็นสถานีวิจัยพืชผักและไม้ดอกเมืองหนาว ในรูปแบบโรงเรือนขั้นบันไดลัดเลาะไปตามเนินเขา ท่ามกลางการจัดแต่งพื้นที่อย่างสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นสวนประดับ สระน้ำ รวมไปถึงแปลงไม้ดอกไม้ประดับที่สวยงามมากมาย

นอกจากนี้ในสถานีฯอินทนนท์ยังมีการเลี้ยงสัตว์และการทำประมงที่สูง ที่มีปลาเรนโบว์ เทราต์ หรือปลาเทราต์ ปลาในเขตหนาวที่สามารถเพาะเลี้ยงในสถานีฯอินทนนท์เป็นแห่งแรกในเมืองไทยเป็น ดาวเด่นให้ผู้ที่สนใจเดินทางไปหม่ำเมนูปลาเทราต์แบบถึงถิ่นกันได้ ในขณะที่ใกล้ๆกับสถานีฯอินทนนท์ก็มีน้ำตกสิริภูมิน้ำตก 2 สายที่ไหลคู่กันลงมาชนหน้าผาสูงให้เที่ยวชม

สำหรับใครที่อยากสัมผัสกับความหนาวบนดอยสูงที่ไม่ใช่ดอยสูงแบบ ธรรมดาๆ หากแต่เป็นดอยที่สูงที่สุดในเมืองไทย ดอยอินทนนท์มีสิ่งสวยๆงามๆและสิ่งที่น่าสนใจมากมายให้ผู้สนใจขึ้นไปเที่ยวชม ซึ่งใครที่ขึ้นไปเยือนดอยอินทนนท์ครั้งแรก บางทีอาจต้องมนต์หรือเกิดอารมณ์รักแรกพบกับดอยแห่งนี้จนต้องหาโอกาสขึ้นไป เยือนดอยอินทนนท์อีกสักครั้ง สองครั้ง หรืออีกหลายๆครั้งก็เป็นได้

**********************************************************************************

ดอยอินทนนท์ ตั้งอยู่ใน อ. จอมทอง จ. เชียงใหม่ อยู่ในความดูแลของอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์
จากตัวเมืองเชียงใหม่ ไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108 (เชียงใหม่-ฮอด) โดยก่อนถึง อ.จอมทอง ประมาณ 2 กม.จะมีทางเลี้ยวขวาขึ้นดอยอินทนนท์และอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์(ทางหลวง หมายเลข 1009) สอบถามรายละเอียดสถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก และการเดินทางเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ โทร. 0- 5326- 8550,สถานีวิจัยโครงการหลวงอินทนนท์ โทร. 0-5393-9658-9


โดยผู้จัดการออนไลน์

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น