สำหรับพระราชวังที่ว่านั้นก็เป็นพระราชวังเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในสาม ยุคสามสมัย นั่นก็คือสมัยรัชกาลที่ 4-5-6 จนน่าจะเรียกได้ว่าเมืองเพชรบุรีนี้เป็นเมืองแห่งวังสามแผ่นดินก็ว่าได้ เริ่มจากพระราชวังแรกซึ่งสร้างขึ้นก่อนพระราชวังอื่นๆ นั่นก็คือ"พระนครคีรี" หรือที่เรียกกันติดปากว่า"เขาวัง" ใครที่ผ่านไปผ่านมาในตัวเมืองเพชรบุรีก็คงจะเห็นวัด พระปรางค์และพระตำหนักต่างๆ บนยอดเขากลางเมืองกันจนชินตาแล้ว เปรียบเหมือนเป็นสัญลักษณ์ว่ามาถึงเมืองเพชรบุรีแล้วก็ว่าได้ | |||||
ภูเขากลางเมืองเพชรบุรีนี้มีสามยอดด้วยกัน ยอดหนึ่งเป็นที่ตั้งของพระราชวัง ยอดหนึ่งเป็นที่ตั้งของพระธาตุจอมเพชร และอีกยอดเป็นที่ตั้งของวัดพระแก้วน้อย สิ่งก่อสร้างเหล่านี้ล้วนแต่เป็นโบราณสถานที่มีมาแต่เดิม ยกเว้นในส่วนของพระราชวัง โดยสิ่งก่อสร้างดั้งเดิมเหล่านี้ก็ได้บูรณะขึ้นใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 4 นี้เอง | |||||
ทีนี้มาว่ากันต่อเรื่องสิ่งที่น่าสนใจต่างๆ บนเขาวังกันบ้าง เริ่มจาก วัดพระแก้วน้อย ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเป็นวัดในวัง เหมือนกับที่พระบรมมหาราชวังก็มีวัดพระแก้วอยู่ภายในเขตพระราชฐาน และสำหรับวัดพระแก้วน้อยแห่งนี้มีความน่าสนใจอยู่ที่พระอุโบสถซึ่งแม้มีขนาด เล็กแต่ก็มีความงดงาม หน้าบันเป็นลวดลายปูนปั้นรูปตราพระมหาพิชัยมงกุฎ ซึ่งเป็นตราประจำรัชกาลที่ 4 สำหรับงานปูนปั้นของช่างเมืองเพชรฯ นั้น ถือว่าไม่เป็นรองใคร งานปั้นที่วัดพระแก้วน้อยแห่งนี้จึงถือเป็นงานชิ้นเอกอีกชิ้นหนึ่งในเมือง เพชรบุรีเลยทีเดียว นอกจากนั้นก็ยังมีเจดีย์แดง เป็นปรางค์จัตุรมุข ทาสีแดงทั้งองค์ หากได้มาชมในเวลาที่ดอกลั่นทมบานเต็มเขาวังแล้วละก็ คงจะงดงามมากทีเดียว ในส่วนของพระที่นั่งต่างๆ ปัจจุบันบางส่วนได้จัดทำเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี ได้แก่พระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์ และพระที่นั่งปราโมทย์มไหสวรรย์ ซึ่งจัดแสดงเครื่องราชูปโภค เช่น พระแท่นบรรทม พระฉาย (กระจกเงา) บานใหญ่ เครื่องมุก เครื่องถ้วยชามต่างๆ ส่วนพระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท ที่มีลักษณะเป็นปราสาทยอดปรางค์ขนาดย่อม ภายในประดิษฐานพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว | |||||
เดินทางกันต่อจากเขาวัง มายัง"พระรามราชนิเวศน์" หรือที่รู้จักกันในชื่อ "พระราชวังบ้านปืน" กันบ้าง พระราชวังแห่งนี้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อเสด็จประพาสจังหวัดเพชรบุรี โดยมีนายคาร์ล ดอห์ริง สถาปนิกชาวเยอรมนีมาเขียนแบบพระราชวังบ้านปืน แต่การก่อสร้างไม่ทันแล้วเสร็จ รัชกาลที่ 5 ก็เสด็จสวรรคตเสียก่อน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 จึงทรงดำเนินการสร้างต่อจนเสร็จ และพระราชทานนามไว้ว่า พระที่นั่งศรเพชรปราสาท ก่อนจะเปลี่ยนเป็นพระรามราชนิเวศน์ต่อมา เท่าที่"ผู้จัดการท่องเที่ยว"ได้เห็นพระราชวังแห่งนี้ ก็มีความรู้สึกว่าพระราชวังบ้านปืนนี้ดูอบอุ่น และมีความเป็นบ้านมากกว่าวัง การตกแต่งเเบบยุโรปซึ่งย่อส่วนมาจากพระราชวังฤดูร้อนของพระเจ้าวิลเลี่ยม ไกเซอร์ แห่งเยอรมันทำให้พระราชวังนี้ไม่ดูขรึมเกินไป | |||||
ภายในพระที่นั่งนี้แบ่งเป็นห้องต่างๆ เช่นห้องบรรทมพระเจ้าอยู่หัว ห้องทรงพระอักษร ห้องเสวย ฯลฯ ที่ล้วนตกแต่งอย่างสวยงามทั้งสิ้น และที่น่าสนใจก็คือพระราชวังแห่งนี้ยังมีสนามแบดมินตันแห่งแรกของประเทศไทย อีกด้วย แต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนเป็นสวนหย่อมไปเรียบร้อยแล้ว เที่ยวกันมาสองพระราชวัง คราวนี้ก็มาถึงพระราชวังสุดท้ายแล้ว นั่นก็คือ "พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน" ที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานมาประทับแรมและทรง พระสำราญในฤดูร้อน พระราชนิเวศน์แห่งนี้สร้างด้วยไม้สักทองชั้นเดียวใต้ถุนสูง ประกอบด้วยอาคาร 16 หลัง แบ่งออกเป็น 3 หมู่ใหญ่ มีชื่อคล้องจองไพเราะว่า พระที่นั่งสมุทรพิมาน พระที่นั่งพิศาลสาคร และพระที่นั่งสโมสรเสวกามาตย์ | |||||
ถัดจากระเบียงยาวนี้ก็จะเป็นเขตของฝ่ายใน หรือพระที่นั่งสมุทรพิมาน ซึ่งมีลักษณะคล้ายพระที่นั่งพิศาลสาคร คือมีห้องรับแขก ห้องบรรทม ห้องแต่งพระองค์ ห้องสรง ห้องเสวย แต่มีขนาดเล็กกว่า เล่ากันว่า พระราชนิเวศน์แห่งนี้เรียกว่าเป็น "พระราชนิเวศน์แห่งความรักและความหวัง" เนื่องจากในขณะนั้นพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายาในพระองค์ทรงมีพระครรภ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ก็ทรงดีพระทัยยิ่ง แต่ความหวังนั้นก็เป็นอันต้องสิ้นสลายเมื่อสมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี ไม่สามารถมีพระประสูติกาลได้ ยามนั้นพระองค์ทรงอภิบาลพระมเหสีด้วยน้ำพระทัยเป็นห่วงและเศร้าสร้อย นั่นจึงเป็นที่มาแห่ง "พระราชนิเวศน์แห่งความรักและความหวัง" นั่นเอง พระราชวังทั้งสามแห่งนี้ต่างก็มีที่มาและเสน่ห์ความสวยงามที่แตกต่าง กัน ถ้าใครที่ชื่นชอบสถาปัตยกรรมที่งดงามและมีความเป็นมาที่น่าสนใจ เชื่อว่าพระราชวังทั้งสามแห่งในจังหวัดเพชรบุรีนี้คงจะเป็นจุดมุ่งหมายที่ดี ได้แน่นอน * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ตั้งอยู่ในบริเวณค่ายพระรามหก ต.ห้วยทรายเหนือ ตรงหลักกิโลเมตรที่ 216 เลยหาดชะอำมา 8 กิโลเมตร เปิดให้เข้าชมทุกวัน ยกเว้นวันพุธ ตั้งแต่เวลา 08.30–16.00 น. ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 15 บาท โทร.0-3250-8039 พระรามราชนิเวศน์ ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านหม้อ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00–16.00 น. โดยค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท นักเรียนนักศึกษาในเครื่องแบบ 5 บาท ชาวต่างชาติ 50 บาท สำหรับผู้ที่ต้องการจะเข้าชมเป็นหมู่คณะ และต้องการวิทยากรบรรยาย สามารถทำหนังสือถึงผู้บังคับการทหารบกจังหวัดเพชรบุรี ค่ายรามราชนิเวศน์ อ.เมือง โทร. 0 3242 8506-10 ต่อ 259 อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี ตั้งอยู่ที่ ต.คลองกระแชง อ.เมือง เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.30–16.30 น. ค่าเข้าชม ชาวไทย 20 บาท ชาวต่างประเทศ 40 บาท นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นชมอุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรีได้โดยการเดินขึ้น หรือโดยสารรถรางไฟฟ้า (ตั๋วไป-กลับ) เสียค่าบริการ ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 10 บาท โทร.0-3242-5600 |
วันศุกร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2553
"เพชรบุรี"เมืองงามสามวัง
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น